ดวงแต่ละคนไม่เหมือนกันแต่ที่เหมือนกันคือการทำความดีในทุกศาสนาสอนให้ทำความดีและประพฤดีจงจะเป็นสุขนอนก็เป็นสุขทำความดีไว้เสมอนะครับ

Sreach
Custom Search

วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ภูชิชย์ - นริศรา (1+2) / ก.สุรางคนางค์




***หนังสือแนะนำวันนี้ก็คือ “ภูชิชย์ - นริศรา (1+2) / ก.สุรางคนางค์
เป็นบทประพันธ์ของ “ก.สุรางคนางค์”
ครับ อ่านเรื่องย่อกันได้เลยครับ หรือถ้าสนใจ
นิยายเรื่องอื่น ๆ ก็เข้ามาหากันได้นะครับที่
Link ด้านบนได้เลยครับหรือ ที่ Link นี้ครับ

ภูชิชย์ - นริศรา (1+2) / ก.สุรางคนางค์

ความรักเปรียบเหมือน “สงคราม” เมื่อเกิดความรักและรักนั้นไม่เป็นอย่างใจหวัง แม้จะไม่เสียเลือดเสียเนื้อ หากความรู้สึกที่สูญเสียก็เจ็บปวดทรมาน ดังนั้นผู้ที่จะชนะสงครามแห่งรักได้ ต้องเป็นผู้ที่มีจิตใจแข็งแกร่งปานศิลา จึงจะไม่มีสิ่งใดมาทำลายความรัก ความศรัทธาในใจได้ ดังเช่นเขาและเธอ ภูชิชย์-นริศรา กว่าจะเข้าใจกัน กว่าจะตัดสินใจร่วมชีวิตกัน ใช้เวลายาวนาน “คุณภูเขารักฉันมาก แม้แต่จะแต่งงาน คุณภูก็เลือกผู้หญิงที่มีหน้าตาคล้ายกับฉัน เขาแต่งงานกับยายนิดคนนั้น เพราะหน้าตายายนิดเหมือนกับฉัน เจ้าน้อยยังพูดเลย” วาจานั้นออกจากปากของผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งนริศรารับรู้มาโดยตลอดว่าเป็นผู้หญิงคนแรกที่ภูชิชย์รักและต้องการแต่งงานด้วย แต่แล้วก็พลาดกันไป ผู้หญิง ต่อให้เข้มแข็งอย่างไร ก็ย่อมอ่อนไหวด้วยลมปาก “จริงสิ เขาไม่เคยแม้แต่จะบอกรักสักคำ” นริศราจ่อมจมอยู่กับความคิดของตน หัวใจที่ตั้งอยู่ในความหวาดระแวง จึงค่อยๆ อ่อนล้า จนในที่สุดท้อถอย…หากเสี้ยววินาทีสุดท้ายที่ตัดสินใจ ลางบางเหตุบางอย่างก็เหนี่ยวรั้งเธอไว้กับเขาจนได้ คนรักกัน หัวใจเดียวกัน คิดเหมือนกัน และสุดท้ายรักกัน แม้อุปสรรคจะมีมากขนาดไหน สายใยรักก็ไม่มีวันขาดออกจากกัน เรามาดูกันว่า ระหว่างผู้หญิงที่พูดน้อย แต่ทำงานหนัก และไม่เคยย่อท้อ ในหัวใจเธอคิดอย่างไร และผู้ชายที่เคร่งขรึมพูดน้อยเช่นกัน จะกล้าบอกรักกับผู้หญิงที่ครองหัวใจเขาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันได้ไหม ภูชิชย์-นริศรา เขาและเธอจะยอมโอนอ่อนผ่อนปรนต่อความรู้สึกแน่นเหนียวในหัวใจหรือไม่ และที่สำคัญ ผู้ชายอย่างภูชิชย์ จะปากแข็งขนาดไหน ในเมื่อภายในอ่อนไหว ร่ำร้องเรียกหาแต่นริศราไม่เว้นวาย! จาก “รักประกาศิต” ถึง “ภูชิชย์-นริศรา” บทประพันธ์รักของ ก.สุรางคนางค์ ถ้าหากนับการเดินทาง คงเป็นระยะทางที่ยาวไกล แต่ ก.สุรางคนางค์ ก็ทำให้ผู้อ่านได้ประทับใจอย่างมิรู้ลืม ภูชิชย์-นริศรา ดูแล้วอาจเป็นเรื่องของคนสองคน แต่แท้จริงแล้วมิใช่เลย กลับกลายเป็นเรื่องราวของคนหลายคน ที่มีวิถีชีวิตให้ต้องมาเดินในเส้นทางเดียวกัน หลายสิ่งหลายอย่างที่สอดแทรกในเนื้อหา ล้วนเป็นข้อเตือนใจในการดำเนินชีวิตทั้งสิ้น หากสิ่งหนึ่งที่ ก.สุรางคนางค์ ตั้งใจบอกกล่าวกับทุกคน เมื่อรักแล้ว ขอให้รักนั้นมั่นคง และเมื่อรักนั้นมั่นคง ขวากหนามใดก็ไม่อาจทำลายรักนั้นได้!

***ราคา 408 บาท(2 เล่ม)



**เข้าไปเลือกซื้อสินค้า คลิก
***ถ้าสนใจเรื่อง “ภูชิชย์ - นริศรา (1+2) / ก.สุรางคนางค์” หรือเรื่องอื่น ๆ สามารถเข้าไปหากันได้
นะครับ หรือ

****สำหรับนักอ่านไม่ควรพลาดนะครับ

วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ร่มฉัตร / ทมยันตี



***หนังสือแนะนำวันนี้ก็คือ “ร่มฉัตร / ทมยันตี
เป็นบทประพันธ์ของ “ทมยันตี”
ครับ อ่านเรื่องย่อกันได้เลยครับ หรือถ้าสนใจ
นิยายเรื่องอื่น ๆ ก็เข้ามาหากันได้นะครับที่
Link ด้านบนได้เลยครับหรือ ที่ Link นี้ครับ

ร่มฉัตร / ทมยันตี

ร่มฉัตร งานระดับเกียรติประวัติอีกเรื่องหนึ่งของ ทมยันตี ภายใต้ความร่มเย็นที่ปวงชนชาวไทยได้รับดุจลูกหลานข้าราชบริพารในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ความหมายแห่ง “เย็นศิระเพราะพระบริบาล” จึงทรงคุณค่าลึกซึ้งในหัวใจคนไทยยิ่งนัก และด้วยรักเทิดทูน ด้วยหวงแหนยิ่งชีวิต “ในเรื่องอื่น คนไทยอาจจะพูด “ไม่เป็นไร” ได้ แต่หากเมื่อใดแตะต้องไปถึง “คันฉัตร” เข้า คนไทยจะไม่ยอมตลอดไป” หากกระแสความเปลี่ยนแปลง คนจงรักภักดีจึงมอง “คันฉัตร” ด้วยความไม่สบายใจ เธอเฝ้าหวังแต่ว่า ทั้งโลก ทั้งคน และทั้งสังคม จะเป็นไปเช่นไรก็ตาม ในขณะที่มือเก่าๆ ที่ยึดคันฉัตรไว้ให้มั่นคง ได้หลุดร่วงผล็อยไปตามลำดับนั้น ขอแต่ให้มือใหม่ที่เปลี่ยนเข้ามาประคอง “คันฉัตร” ไว้ให้ความร่มเย็นแก่คนรุ่นหลังต่อไปก็เพียงพอแล้ว หากแล้วคนสมัยใหม่บางคนบางมือก็หัวเราะเยาะ เลิกล้มความเชื่อถือเสีย ต่อความหมายของ “น้ำสาบาน” โรคผิดน้ำ-ที่ว่าคือ ผิดน้ำพระพิพัฒน์สัตยา ในฐานะเกือบกึ่งกบฏนั่นเชียว ตราตั้งเหล่านั้น คอยเตือนใจให้วาดระลึกว่า วาดได้รับพระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าฯ คุ้มตัวเองมาแต่น้อยคุ้มใหญ่ แต่วาดมิได้สามารถทดแทน “ข้าวแดงแกงร้อน” นั้นได้ หากวาดกลับเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ “คันฉัตร” สั่นสะเทือนอย่างที่วาดมิรู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน “พ่อ-แม่-ปู่-ย่า-ตา-ยาย เคยแต่รับราชการได้เบี้ยหวัดเงินปีมาเลี้ยงชีวิต แต่ไม่เคยคิดเลยว่า เบี้ยหวัดเงินปีพวกนั้นจะมาต่อชีวิตคนรุ่นหลังให้มาคิดคดทรยศยังงี้” ประโยคนี้เป็นประโยครุนแรงประโยคเดียวที่วาดเคยใช้กับคนที่เป็นสามี อยู่กินกันมานาน ถ้าคนที่วาดประณามว่าเป็น “คนคิดคดทรยศ” เป็นคนอื่น วาดก็คงจะตัดเป็นตัดตายได้โดยง่าย แต่เมื่อเป็นลูกผัวของวาดเอง วาดก็จำต้องปลงให้ตก ฉะนั้น เมื่อบุคคลในตระกูลประสบกับความวิบัติในทางใด วาดจึงมิได้หวั่นไหว เสมือนกับที่คุณอรรถมายอมรับในภายหลังว่า “เรามันผิดน้ำสาบาน ก็ต้องเป็นอย่างนี้” แล้ววันนั้น ปลายเดือนพฤษภาคม ต่อต้นมิถุนายนในปี ๒๔๗๕ ก็เกิดขึ้น วันที่บางคนเรียกว่า “วันเปลี่ยนแปลงการปกครอง” นั้น คนภักดีคนหนึ่งจำเหตุการณ์ได้ไม่รู้ลืม และเคยนึกเสมอว่า สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ใช่เฉพาะการปกครองประการเดียว แต่เป็นวันที่เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ของชาติอย่างสิ้นเชิง! “เราจัดการได้เรียบร้อยครับแม่ เรียกได้ว่าไม่ได้เสียเลือดสักหยด แม้แต่ทางในหลวง เราก็สามารถทำให้ทรงลงพระปรมาภิไธยได้” วาดมองดูลูกชายอย่างขรึมๆ “เอื้อมเข้าใจผิด ไม่ใช่เพราะความสามารถของพวกเอื้อมหรอก หากเป็นเพราะในหลวงท่านทรงทราบดีว่า หากไม่ทรงเห็นแก่ความสงบสุขของราษฎรแล้ว เพียงแต่มีพระบรมราชโองการคำเดียว เอื้อมคิดหรือว่าจะไม่เกิดเรื่องใหญ่” ตาเอื้อมนิ่งเงียบไปชั่วครู่ และมิช้ามินานจากนั้น “พวก” ของคุณอรรถและตาเอื้อมก็ได้ข้อพิสูจน์ว่า ใน “เรื่องอื่น” คนไทยอาจจะพูด “ไม่เป็นไร” ได้ แต่หากเมื่อใดแตะต้องไปถึง “คันฉัตร” เข้า คนไทยจะไม่ยอมตลอดไป “ฉันยอมทำอะไรหลายอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีมา แต่จะไม่ยอมทำเพื่อสิ่งที่ฉันเห็นว่ามันจะเกินเลยกันไปทุกที ฉันสัญญาได้อย่างหนึ่งว่า ยังไงๆ เมืองไทยเราก็ต้องมีพระเจ้าแผ่นดิน ที่จะเป็น “อย่างอื่น” ฉันไม่ยอมเป็นอันขาด” วาดไม่เข้าใจจริงๆ ว่า “อย่างอื่น” ที่คุณอรรถว่าคือ “อย่างไหน” ต่อมาเมื่อวาดรู้วาดก็ถึงกับเย็นวาบไปทั้งตัว ร่มฉัตร จึงเป็นนวนิยายที่สะท้อนความรัก ความภักดี ความผูกพันลึกซึ้งของพสกนิกรผู้พึ่งพระบรมโพธิสมภารแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยาวนานถึง ๕ รัชกาล ดั่งคำพูดที่ว่า “หลักใหญ่ในชีวิตของวาด ถัดจากแม่ก็คือ “เสด็จฯ” ที่วาดรำลึกถึงข้าวแดงแกงร้อนอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก และสูงขึ้นไปประดุจหลักชัยของ “ชาววัง” ทุกคนคือ องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งในทรรศนะของวาดเปรียบเสมือนหลักแก้วของชีวิต ฝังรากหยั่งลึกไปในหัวใจและสายเลือดอย่างไม่มีวันจะถ่ายถอนได้” และแม้ว่า “ร่มฉัตร” จะเดินเรื่องโดยอาศัยเส้นทางความจงรักภักดีเป็นหลักชัย หากเรื่องราวของ “ความรัก” ก็ฝากไว้ให้ผู้อ่านอย่างไม่ขาดอรรถรสเลยทีเดียว “กำไลทองของรักที่จัดส่ง เหมือนหัวใจเวียนวนเฝ้าหลงใหล ไม่ว่าหมุนเหียนหันไปทางใด ความในใจย่อมมาลงตรงที่นาง” “ยามใดเห็นขอให้เป็นพยานว่า ผู้ฝากมาคอยชะแง้เฝ้าแลเหลียว เสน่ห์จิตจอดใจใฝ่กลมเกลียว ขอคำเดียวจงได้ตอบจะขอบใจ” ณ บ้านวรรณกรรม ขอมอบบทประพันธ์อันเป็นเกียรติประวัติและนวนิยายเรื่องเยี่ยมเรื่องหนึ่งของ ทมยันตี ให้ผู้อ่านได้สัมผัสแห่งรักและภักดี ด้วยความศรัทธาเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า ใน “เรื่องอื่น” คนไทยอาจจะพูด “ไม่เป็นไร” ได้ แต่หากเมื่อใดแตะต้องไปถึง “คันฉัตร” เข้า คนไทยจะไม่ยอมตลอดไป “เย็นศิระเพราะพระบริบาล” จึงทรงความหมายยิ่งในหัวใจคนไทยทั้งชาติ

ราคาเล่มละ 610.00 บาท

**เข้าไปเลือกซื้อสินค้า
คลิก

***ถ้าสนใจเรื่อง “ร่มฉัตร / ทมยันตี” หรือเรื่องอื่น ๆ สามารถเข้าไปหากันได้
นะครับ หรือ

****สำหรับนักอ่านไม่ควรพลาดนะครับ