ช้างเท้าหลัง
***”ผู้ชายเป็นช้างเท้าหน้าหญิงเป็นช้างเท้าหลัง”
โบราณกล่าวไว้ถ้าในคนที่ไม่รู้จริงอาจกล่าวหาว่าคนโบราณ
เห็นแก่ตัวแลเอาเปรียบสตรีที่เป็นภรรยาของตัวเอง
เป็นเพียงผู้ตามเท่านั้น
เหมือนที่เท้าหลังย่อมต้อง
ตามเท้าหน้าเสมอ แต่ก่อนนานกาลแม้ทุกวันนี้ผู้ชาย
มักต้องออกหน้าทุกอย่าง(อาจเปลี่ยนไปแล้วก็ได้)
ต้องออกศึกสงคราม ต้องออกเดินทางเพื่อการสร้าง
ฐานะให้ครอบครัว และต้องแก้ปัญหาต่าง ๆ ให้กับ
ครอบที่แต่ก่อนเป็นครอบที่ใหญ่มาก
***แต่การเป็นช้างเท้าหลังก็ใช่ว่าจะเป็นผู้ตามเสมอไป
คนโบราณแต่ก่อนก็ใช่ว่าจะอุปมา-อุปมัย
ให้ภรรยาของ
ตนเองไม่มีค่าก็หาไม่ แต่คำว่า
ผู้หญิงเป็นช้างเท้าหลัง
ดูจะให้เกียรติและยกย่องแก่ผู้หญิงที่เป็นเพศแม่เสียมาก
เหตุผลที่คนอื่นอาจนึกไปไม่ถึงแลอาจไม่อยากที่จะ
นึกถึงเหตุผลที่แท้จริงว่าเป็นอย่างไรก็เพราะการสั่งสอน
ต่อ ๆ
กันมาต่างหากที่ทำให้คำที่ทรงพลังนี้กลับกลาย
เป็นเพียงผู้ตามเสียทั้งหมด
***การเป็นเท้าหลังนี้ทรงพลังอย่างไร
นึกถึงตอนที่
เราจะต้องใช้กำลังเพื่อดันหรือผลักอะไรสักอย่าง
เท้านี้แหละที่จะช่วยยันและยังทำให้ร่างกายส่วน
อื่นๆ ได้มีหลักอันมั่นคง แม้แต่คชสารที่ออกสงคราม
ยังใช้เท้าหลังในการยันช้างข้าศึกและตรึงช้างข้าศึก
เอาไว้เพื่อจะได้ทำการเผด็จศึกนั้น ๆ
ช้างเท้าหลังยัง
หมายเอาการควบคุมแลดูแลบริวารให้อยู่ในระเบียบ
อันหมายถึงความสงบภายในครอบครัวอีกด้วย
***แต่ที่จะผ่านไปเสียมิได้คือ
ผู้หญิงที่เป็นช้างเท้าหลัง
นี้เป็นทั้งผู้ให้ความมั่นใจ
เป็นผู้สร้างเกียรติ เป็นผู้หนุนหลัง
ความสำเร็จ
เป็นกำลังใจแม้ในยามที่มิได้เห็นกันเลย
อีกทั้งสตรีที่เป็นช้างเท้าหลังยังมีส่วนที่ทำให้ชายที่ตน
รักมีชื่อเสียงในทางอ้อมอีกด้วย ด้วยคำว่า
แม่บ้านแม่เรือน
คำนี้เป็นเกียรติ และศักดิ์ศรีที่ผู้ชายทุกคนต่างก็อยากได้
เป็นเพื่อนคู่คิด แลเป็นมิตรแท้ในยามยาก
***เท้าหลังมิได้มีให้เพียงแค่เดินตามแต่หมายความถึง
ว่าพร้อมทุกเวลาในค้ำ ยัน ดัน
หรือแม้แต่ส่งให้ไปได้
ไกลกว่าเดิมอีกด้วย
ต่อไปนี้ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหน
ขอเพียงให้รู้ว่ายังมีสิ่งที่จะช่วย ค้ำ ยัน
ผลัก เพื่อความ
มั่นคงในจิตใจก็จงรัก และให้เกียรติ
หญิงที่ยีนอยู่
ข้าง ๆ ให้มาก ๆ
เพราะนั่นเป็นกำลังใจที่คุณสัมผัสได้
มิใช่นามธรรมอันเลื่อนลอยอีกต่อไป