ดวงแต่ละคนไม่เหมือนกันแต่ที่เหมือนกันคือการทำความดีในทุกศาสนาสอนให้ทำความดีและประพฤดีจงจะเป็นสุขนอนก็เป็นสุขทำความดีไว้เสมอนะครับ

Sreach
Custom Search

วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ท่าฉลอม


ท่าฉลอม
***ท่าฉลอมอยู่ใกล้มหาชัยเพียงข้ามลำน้ำเท่านั้น
จำได้ว่าขึ้นฝั่งท่าฉลอมจะเป็นโป๊ะต่อขึ้นไปก็เป็นทาง
เดินที่ตีขึ้นจากไม้เป็นทางยาวออกไปขึ้นถนนระหว่างทาง
จะมีรถสามล้อถีบจอดรอกันอยู่เป็นแถวในที่นั้นก็มีลุงพัน
ลุงบุญรวมอยู่ด้วยบางทีแถวอาจยาวไปถึงโรงงาน
ทำปลากระป๋องเราเรียกกันติดปากว่า โรงงานติ้งห่วย
สะกดถูกหรือเปล่าก็ไม่รู้
**สมัยก่อนพอพ้นเรือก็เดินไม่ใครได้ขึ้นสามล้อกันนัก
เพราะต้องประหยัดเงินอีกอย่างเดินก็สนุกดีเพราะไม่ไกล
ประมาณ 3 กิโลได้กระมัง จำได้ระหว่างทางต้องผ่านโรงงาน
ติ้งห่วย ก่อนเดินไปสักพักก็จะเป็นชุมชนเล็ก ๆ ที่ทำปลา
ตากแดดขายคือจะนำปลาไปทำให้ละเอียดแล้วนำไป
ยีเป็นวง ๆวง ลงบนอวนตาเล็ก ๆ พาดตกแดดกันเป็นกลุ่ม
แล้วก็จะมีเฉพาะตรงบริเวณนั้นเท่านั้นเพราะเลยออกไปก็
ไม่มีแล้ว
**ที่จำได้อีกทีหนึ่งก็เห็นจะเป็นโรงนำปลาที่นี่จะอยู่เลยชุมชน
ทำปลาแพมานิดหน่อยเป็นโรงงานทำน้ำปลาผมต้องมา
ซื้อน้ำปลาที่นี่ทุกครั้งเวลาที่แม่ให้มาธุระที่ท่าฉลอม
โอ้เกือบลืมก่อนถึงโรงน้ำปลาต้องผ่านศาลเจ้าแม่
“ลิ้มกอเหนี่ยว” ก่อนศาลจะอยู่ทางขวาถ้ามาจากท่าน้ำ
แล้วจะมีโรงงิ้วอยู่อีกฝั่งของถนน เดินไปเรื่อยจะเจอ
ศาลเจ้าอีกหลังอยู่ฝั่งขวาเหมือนกันแลก็มีโรงงิ้วอยู่
ฝั่งถนน ก็ถึงบ้านยายแล้วละครับเพราะอยู่ติดกับโรงงิ้ว
นั่นเอง
***บ้านยายจะอยู่เยื้อง ๆ กับโรงหนังท่าฉลอมคือบ้าน
ยายอยู่ฝั่งซ้ายโรงหนังอยู่ทางฝั่งขวา (ทุกวันนี้โรงหนัง
ไม่มีแล้วเพราะรู้สึกว่าจะเปลี่ยนไปเป็นธนาคาร)ใครรู้
ก็ช่วยตอบมาด้วยนะครับเพราะไม่ได้มาเกือบ 20 ปีได้
กระมังที่นี่น่าอยู่เพราะเงียบและผู้คนก็มีอัธยาศัยที่ดี
มาก ๆ เสียอย่างเดียวผีเยอะมาก(เพราะตอนเป็นเด็ก
โดนหลอกบ่อยมาก
**ถ้าได้เดินเล่นวันเดียวก็ทั่วท่าฉลอมแล้วเพราะจากบ้าน
ยายไปทางท้ายบ้านอีกนิดก็จะเป็นศาลเจ้าพ่อกวนอู ศาล
นี้จะหันหน้าออกแม่น้ำธรรมซาติสวยดีครับถ้าต้องการไป
วัดช่องลมก็ออกไปทางถนนที่จะไปสมุทรสงครามคือ
จะอยู่บริเวณที่จะออกจากท่าฉลอมโดยทางรถนั่นเอง
แถวนั้นจะเป็นวงเวียนที่จะเวียนไปยังท่าข้ามฝากหรือ
เลี้ยวถ้ามาจากทางธนาคารเลยมาอีกนิดจะมีทางที่
ให้รถวิ่งผ่านเป็นทางแยกที่ซ่อนตัวอยู่ตรงมุมตึกมาสักหน่อย
ก็จะเจอวงเวียนถ้าเลี้ยวซ้ายก็จะเจอวัดช่องลมแล้ว
ก็วิ่งตามทางจะออกถนนมุ่งหน้าลงใต้ได้เลยแต่ถ้า
อ้อมวงเวียนมาแล้ววิ่งตรงก็จะเจอท่าเรือข้ามฟาก
***เป็นไงงงมั้ยผมก็งงคือไม่ใช่นักเขียนแต่คิดถึงบ้าน
เก่าก็เลยเอาเท่าที่จำได้ก่อนแล้วก็ค่อยย้อน ๆ เอา
ที่หลัง แล้วจะกลับมาใหม่ใครที่จำว่าท่าฉลอมในอดีต
เป็นอย่างไรก็เล่าสู่กันฟังบ้านนะครับเผื่ออาจเป็น
คนเคยรู้จักกันมาก็ได้

วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ความทรงจำที่ขาดหาย


ความทรงจำที่ขาดหาย
เรื่องนี้ไม่มีบทนำหรือการกล่าวนำเพราะเป็นการเล่าจาก
ความทรงจำที่ไม่ใคร่สมบูรณ์นักเนื่องเพราะบางอย่างก็จำได้
แต่ในบางเรื่องกลับเป็นภาพที่เลื่อนลางเต็มทีอาจเป็นเพราะ
นานหรือความจำไม่ดีก็ได้
ความจำนี้เริ่มจากความจำที่ลางเลือนแต่ก็ไม่ถึงกับจะขาด
หายไปเสียเลย เป็นเรื่องที่เริ่มต้นในปี 2512 ก็เริ่มจะจำได้
แล้วอายุก็ประมาณ 5 ขวบกระมังช่วงนั้นอยู่กับยายและ
ก็มีพี่ ๆ น้อง ๆ รวมอยู่ด้วยกันสักประมาณโขลงนึ่งเห็นจะได้
เป็นชายทั้งนั้นก็เลยสนุกกันตามประสาเด็กชายกันคือ
จะกินจะนอนหรือทำงานก็ทำด้วยกันยกเว้นเรียนคนละโรงเรียน
ที่ตำบล ท่าฉลอม จังหวัดสมุทรสาคร เหมือนจะเป็นเกาะแต่
ไม่ใช่เสียทีเดียวเพราะมีทางเข้าอยู่ปลายสะพานข้ามแม่น้ำ
ท่าจีน แต่ถ้าจะไปมหาชัยให้สะดวกก็ต้องข้ามไปกับเรือข้ามฝาก
ที่นี้ดีเพราะเราจะเอารถจักรยานหรือจักรยานยนต์ลงไปด้วยก็ได้
ตอนเด็กอยู่ที่นี้ไม่มีอะไรทำมากนอกจากช่วยยายทำงานบ้าน
และก็เก็บผักบุ้งในตอนเช้าเช้ามาก ๆ เพื่อนำไปแลกกับผักชนิด
ที่เราต้องการหรือนำไปแลกปลาก็ได้ ว่าจะนับไปอาหารหรูของ
ที่นี้และเป็นเมนูที่ต้องทานทุกวันก็คือ ข้าวต้มกับปลาลิ้นหมาหวาน
โอ้ อร่อยที่เดียว ตอนเด็กกินข้าวต้มทุกวันน้อยนักที่จะได้กิน
ข้าวสวยสักครั้ง
บ้านที่ยายอยู่เป็นที่ที่ท่านเจ้าคุณท่านให้อยู่แต่จำไม่ได้เสียแล้ว
จำได้คุ้น ๆ ว่าเวลาท่านมาเราจะเรียกท่านว่า คุณประนอม เพราะ
เวลาท่านมาจะนั่งรถถีบสามล้อเข้าไปส่งถึงที่หน้าคุ้มเลย แต่ท่าน
จะหยุดเพื่อแจกเงินเด็กอยู่เสมอ ตรงนั้นรู้สึกว่าต้องผ่านบ้าน
น้าเต้า(เราเรียกกันอย่างนั้น) เป็นบ้านที่ร้างมานานคือผมจำความ
ได้ก็ร้างแล้ว น่ากลัวมากเป็นที่ยกพื้นสูงจากสะพานประมาณ
50 ซม.ประมาณนั้นหน้าบ้านเปิดโล่ง ตรงกลางบ้านเป็นชาน
ยกพื้นสูงสักฟุตกระมัง แล้วก็มีเตียงหลังเตียงเป็นประตูห้องซึ่ง
ปิดตายมานานพร้อมกับบ้านนี้นั้นแหละ ด้านข้างจะเป็นอีกห้อง
แต่ห้องนี้จะมีชานบ้านวิ่งอยู่โดยรอบแล้วก็มีตุ่มน้ำลายมังกร
(น่าจะสั่งมาจากราชบุรี)วางไว้โดยรอบเลยตรงมุมบ้านด้านหลังจะ
เป็นห้องส้วมเพราะอาบน้ำไม่ได้แน่ก็เพราะเข้าจะเป็นรูที่ใหญ่
พอประมาณแล้วก็มีไม้พาดไว้สำหรับนั่งถ่ายข้างล่างก็เป็นดิน
ที่น้ำท่วมถึงไม้กระดานที่แผ่นใหญ่มากน่าจะสักประมาณ
เกือบ ๆ ฟุตหรือมากกว่าและหนาเอาการที่เดียวแต่ก็เก่าไปตาม
กาลเวลาพูดถึงบ้านน้าเต้าเสียนานอาจเป็นเพราะไปเล่นที่บ้าน
นี้บ่อยมาก ๆ เพราะสถานที่เล่นที่สนุกอยู่ที่เดียวถึงแม้จะน่ากลัว
แต่เพื่อน ๆ เยอะก็เลยพอจะคลายไปได้บ้าง แล้วจะกลับมาเล่า
ใหม่ถ้าจำได้คงจะข้ามไปข้ามมาก็ไม่เป็นเพราะเรารู้คนเดียว
จบบทแรก